Slide background
Slide background
Slide background
Slide background
Slide background

ยาห้ารากไม่ได้สร้างภูมิโควิด19

โพสต์เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2564 เวลา 19:28:40 | ประกาศ และประชาสัมพันธ์

  • 50 ครั้ง

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564 พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณีคือ

กรณีที่มีการโฆษณาสรรพคุณของ ผลิตภัณฑ์ ยาห้าราก ตราพิมพา ช่วยลดการขยายตัวของเชื้อไวรัส บำรุงร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันสู้กับเชื้อโควิด19 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

กรณีการระบุสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ยาห้าราก ตราพิมพา ว่าช่วยลดการขยายตัวของเชื้อไวรัส ขับพิษบำรุงร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันสู้กับเชื้อโควิด19 นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาห้าราก ตราพิมพา พบว่า เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผลิตโดยศูนย์สมุนไพรพิมพาเภสัช

ซึ่งเมื่อสืบค้นในระบบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว พบว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาห้าราก ตราพิมพาดังกล่าว ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยา เลขทะเบียน G 683/49 แต่อยู่ภายใต้สรรพคุณ “แก้ไข้ แก้ร้อนใน” ดังนั้น สรรพคุณช่วยลดการขยายตัวของเชื้อไวรัส ขับพิษ บำรุงร่ายกาย ให้มีภูมิคุ้มกันสู้กับเชื้อโควิด19 จึงไม่สอดคล้องตามที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แต่อย่างใด

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ www.fda.moph.go.th หรือโทรสายด่วน อย. 1556

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาห้าราก ตราพิมพาได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาภายใต้สรรพคุณ “แก้ไข้ แก้ร้อนใน” ซึ่งการระบุสรรพคุณช่วยลดการขยายตัวของเชื้อไวรัส ขับพิษ บำรุงร่ายกาย ให้มีภูมิคุ้มกันสู้กับเชื้อโควิด19 จึงไม่สอดคล้องตามที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แต่อย่างใด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน

5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แชร์ข่าวนี้ :

ข่าวอื่นๆ

Top