Slide background
Slide background
Slide background
Slide background
Slide background

รางจืดช่วยเลิกยาบ้าแบบไม่ทรมานได้ ข่าวจริงด้านสุขภาพ

โพสต์เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 เวลา 11:38:21 | ประกาศ และประชาสัมพันธ์

  • 50 ครั้ง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวจริง เพิ่มเติม 1 กรณีคือ

กรณีที่มีการแชร์ส่งต่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ เรื่อง รางจืด สามารถช่วยเลิกยาบ้าได้แบบไม่ทรมาน ไม่ลงแดง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง

รางจืด เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในทางถอนพิษ เป็นยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ และในปัจจุบันมีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับการนำมาใช้ในผู้ป่วยยาเสพติด ประเภทยาบ้า ซึ่งพบว่าสามารถช่วยเสริมการเลิกเสพยาเสพติดและช่วยลดอาการถอนพิษยาแอมเฟตามีนได้ อย่างไรก็ตาม จำนวนหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยยังมีจำกัด ซึ่งควรมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป อนึ่ง การใช้ยารางจืดมีระยะเวลา และข้อควรระวังในการใช้ ดังนั้น หากจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลานาน หรือเป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่มีการใช้ประจำ ควรปรึกษาและใช้สมุนไพรรางจืดตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย เท่านั้น

ตำรายาสรรพคุณยาไทยกล่าวไว้ว่า รางจืดมีรสเย็น สรรพคุณถอนพิษเมาเบื่อ ปรุงเป็นยาเขียวสำหรับถอนพิษไข้ แก้พิษทั้งปวง ลดความร้อนในร่างกาย แก้ไข้ แก้พิษสำแดง กระทุ้งพิษไข้หัว เป็นต้น

รางจืด เป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรรายการหนึ่งในส่วนของเภสัชตำรับโรงพยาบาลในบัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ.2554 ในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยมีข้อบ่งใช้สำหรับถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน ถอนพิษเบื่อเมา ในรูปแบบยาแคปซูล กินครั้งละ 500 มิลลิกรัม - 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร และยาชงขนาดครั้งละ 2 - 3 กรัม ชงกับน้ำร้อน 120 – 200 มิลลิลิตร ดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือเมื่อมีอาการ โดยไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของไข้เลือดออก หากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ นอกจากนี้ ยังควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาอื่นอย่างต่อเนื่องเพราะอาจเร่งการขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ทำให้ประสิทธิผลของยาลดลง

การศึกษาวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับรางจืด

1. การศึกษาความปลอดภัยของการรับประทานยาแคปซูลสารสกัดรางจืดในอาสาสมัครสุขภาพดี ระยะที่ 1เป็นการศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดี 10 คน (ชาย 5 หญิง 5) รับประทานสารสกัดน้ำใบรางจืด ขนาด 600 มก./วัน วันละ 1 ครั้งตอนเช้า นาน 14 วัน และทำการวัดผลระดับคะแนนด้านความทรงจำ การเรียนรู้ และ ค่าชีวเคมีในเลือด สรุปได้ว่าการรับประทานยาแคปซูลสารสกัดรางจืด ขนาด 600 มก./วัน ติดต่อกันนาน 14 วัน ช่วยให้ความทรงจำดีขึ้นเล็กน้อย มีความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามอาจพบว่ามีการทำงานของตับมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งคงต้องมีการศึกษาต่อไป

2. การศึกษาผลของรางจืดในการลดปริมาณสารกำจัดแมลงตกค้างในเลือดของเกษตรกร เป็นการศึกษาแบบการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (quasi-experimental design) ในเกษตรกรที่มีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยจากสารกำจัดแมลงตกค้างในกระแสโลหิต โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม จำนวนกลุ่มละ 25 คน โดยกลุ่มทดลองให้รับประทานชาชงรางจืด ขนาด 1 ซอง วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เป็นเวลา 14 วัน กลุ่มควบคุม ให้รับประทาน ชาชงใบเตย (ชาหลอก) ขนาด 1 ซอง วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เป็นเวลา 14 วัน หลังจากนั้นทำการเจาะเลือดตรวจหาสารพิษที่ตกค้างในเลือด พบว่ากลุ่มที่ได้รับชารางจืด จำนวนผู้ที่มีระดับสารเคมีในเลือดลดลง เท่ากับ 52% ขณะที่ในกลุ่มควบคุมจำนวนผู้ที่มีระดับสารเคมีในเลือดลดลงเท่ากับ 5% แสดงว่ารางจืดมีผลลดสารกำจัดแมลงตกค้างในเลือดของเกษตรกรได้

3. รายงานการวิจัยประสิทธิภาพของชารางจืดต่อการถอนพิษยาผู้ป่วยยาเสพติด ประเภทยาบ้า ในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี เป็นการศึกษาแบบวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Eeperimental Research) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของชารางจืด (Thunbergia laurifolia Linn.) ต่อการขับสารแอมเฟตามีน ออกจากร่างกายและประสิทธิผลของชารางจืด ต่อการลดอาการถอนพิษยา (Withdrawal) ผู้ป่วยยาเสพติดประเภทยาบ้า ที่เข้ารับการบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยใน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี จำนวน 15 ราย แบ่งกลุ่มอาสาสมัครเป็น 3 กลุ่ม พบว่า กลุ่มทดลองที่ 1 รับชารางจืดเพียงอย่างเดียวมีอาการถอนพิษยาแอมเฟตามีนลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดการทดลอง

4. การศึกษาการใช้สมุนไพรบำบัดผู้เสพยาเสพติดซ้ำ เป็นการศึกษาแบบกึ่งทดลองเพื่อหาปัจจัยเสี่ยง ต่อการเสพซ้ำ และทดลองใช้สมุนไพรร่วมกับวิธีการบำบัดแบบ Matrix Program ในกลุ่มทดลอง 35 คน กลุ่มควบคุม 35 คน รวม 70 คน เมื่อเปรียบเทียบผลการบำบัดด้วยสมุนไพร (ชาชงสูตรตำรับล้างพิษ ประกอบด้วย รางจืด ย่านางแดง ย่านางเขียว ผักบุ้งแดง และหญ้าดอกขาว) ร่วมกับ Matrix Program พบว่า กลุ่มทดลองสามารถลดและเลิกการเสพยาเสพติดซ้ำได้มากกว่ากลุ่มควบคุม (p<0.0001) สรุปผลการวิจัย: สมุนไพรล้างพิษสามารถช่วยเสริมการลด ละ เลิกการเสพยาเสพติดได้

การใช้สมุนไพรใด ๆ ในการรักษาโรคหรือเพื่อดูแลสุขภาพ ควรปรึกษาและใช้ตามคำแนะนำของบุคลากร ทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย เนื่องจากสมุนไพร ยาจากสมุนไพร จะมีข้อบ่งใช้คำแนะนำในการใช้ ข้อควรระวัง แต่ละชนิดแตกต่างกัน

และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dtam.moph.go.th หรือโทร. 02 5917007

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน

5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แชร์ข่าวนี้ :

ข่าวอื่นๆ

Top